ปรับรูปหน้า ยกกระชับผิว แบบไม่ต้องศัลย์ ด้วย Ultraformer III

Ultraformer III ตัวตึงหน้าใหม่แห่งวงการเลเซอร์ที่เรียกได้ว่ามาแรงแซง HIFU แบบเดิมๆ กันเลยทีเดียว ถึงจะแรงเบียดตัวแม่อย่าง Ulthera ไม่ได้ แต่ว่า Ultraformer III เครื่องนี้ ก็ทำได้แทบไม่ต่างกันทั้งในเรื่องยกกระชับผิว, ปรับรูปหน้า, สลายไขมัน รวมไปถึงลดริ้วรอย ในราคาที่สบายกระเป๋า จ่ายครั้งเดียวสวยได้ทั้งปีแบบไม่ต้องศัลย์ มาแรงแบบนี้ Facebody Clinic จะมาพารู้จัก Ultraformer III ว่ามีดียังไง แล้วต่างจากเลเซอร์ยกกระชับตัวอื่นยังไง

Ultraformer III พัฒนาจาก HIFU ปรับรูปหน้า?

ที่จริงตัว Ultraformer III  ก็เป็นเหมือนน้องสาขาที่แตกกิ่งมาจาก HIFU ที่เรารู้จัก แต่ตัวนี้ถูกอัปเกรดและพัฒนาขึ้นมาอีกหลายระดับ เป็น HIFU ที่แรงกว่า ดีกว่า และทำหลายอย่างได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายขุมเลยทีเดียว ด้วยความที่เจ้าตัวนี้มีหลายหัวให้เลือกเปลี่ยน ทำให้เครื่องนี้สามารถโฟกัสปัญหาของแต่ละจุดได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหลักการทำงานของเครื่องนี้ คือการส่งคลื่นพลังงาน MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ลงไปถึงชั้นเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS) เพื่อให้เกิดการหดตัวและยกกระชับผิว จะให้คลื่นพลังงานที่สม่ำเสมอและแม่นยำขึ้น โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย แถมยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยให้ผิวอิ่มฟู ลดเลือนริ้วรอย รูขุมกระชับขึ้น ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำให้ผิวหน้าเสียหายอีกด้วย

Ultraformer III มีกี่หัว ช่วยในเรื่องอะไรบ้าง

ที่ Facebody Clinic เราให้มีเครื่อง Ultraformer III ถึง 4 หัวด้วยกัน สามารถยิงคลื่นพลังงานได้ลึกตั้งแต่ 2.0 – 6.0 mm เลยทีเดียว และแต่ละหัวก็มีจุดเด่นที่ช่วยแก้ปัญหาของแต่ละระดับชั้นผิวได้เป็นอย่างดี

หัวยิง 2.0 mm

เป็นหัวยิงที่ปล่อยคลื่นพลังงานที่ความลึก 2.0 mm ซึ่งอยู่บริเวณผิวหนังชั้นบน หัวยิงตัวนี้ออกแบบให้แคบและแบน ให้สามารถโฟกัสพลังได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น หัวยิงนี้ จะกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจน  เพื่อช่วยในเรื่องผิวเรียบเนียน ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ทั่วทั้งใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น บริเวณหน้าผาก, ริ้วรอยระหว่างคิ้ว, บริเวณรอบดวงตา, บริเวณร่องแก้ม อีกทั้งยังช่วยยกคิ้ว หรือยกกระชับหนังตาที่ตกได้เป็นอย่างดี

หัวยิง 3.0 mm

เป็นหัวยิงที่เหมาะกับการแก้ไขปัญหาที่ผิวหนังชั้นตื้น หัวยิงจะปล่อยคลื่นพลังงานลงไปที่ความลึก 3.00 mm เพื่อลดปริมาณไขมันส่วนเกินและลดปริมาณเซลลูไลท์ โดยไม่ทำให้หน้าหย่อนคล้อย เพราะตัวเครื่องจะทำหน้าที่กระตุ้นคลอลาเจนให้ผิวเปล่งปลั่งอิ่มฟู

หัวยิง 4.5 mm

หัวยิงนี้จะส่งคลื่นพลังงานลงไปถึงชั้นเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS) ซึ่งเป็นชั้นที่นิยมทำศัลยกรรมดึงหน้า โดยคลื่นพลังงานที่ส่งลงมาจะทำหน้าที่ให้เนื้อเยื่อหดตัว เพื่อยกกระชับผิวหน้าบริเวณแก้ม, กรอบหน้า, เหนียง, ลำคอที่หย่อนคล้อย ให้กรอบหน้าดู V-Shape ชัดเจนขึ้น  โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ

หัวยิง 6.0 mm

เป็นหัวยิงที่ส่งพลังงานลงไปลึกถึง 6.0 mm ซึ่งเป็นที่อยู่ของไขมันชั้นลึก เหมาะกับการสลายไขมันบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น สลายไขมันบริเวณแก้ม, สลายไขมันมันบริเวณเหนียง หรือสลายไขมันบริเวณลำคอ

Ultraformer III เหมาะกับใคร

ด้วยความที่เครื่อง Ultraformer III เน้นในการส่งคลื่นพลังงาน MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ลงไปกระตุ้นคลอลาเจน, สลายไขมัน, และช่วยยกกระชับผิว ในชั้นผิวต่างๆ จึงทำให้เห็นผลลัพธ์เรื่องลดริ้วรอย, สลายไขมัน และปรับรูปหน้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในด้านต่างๆ ดังนี้

ทั้งนี้การทำ Ultraformer III สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไปโดยไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาเพื่อเพิ่มความกระชับ กระตุ้นการสร้างคลอลาเจนใหม่ และชะลอการเกิดริ้วรอยความหย่อนคล้อยต่างๆ ได้ในอนาคต

จุดไหนเหมาะกับ Ultraformer III

เนื่องจาก  Ultraformer III มีหัวยิงที่หลากหลายเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด แถมยังยกระดับพลังงานให้ส่งคลื่นพลังงานได้ทำงานอย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพมากยิ่งแล้ว Ultraformer III จึงเหมาะแก่การยกกระชับผิว, ลดริ้วรอย, และสลายไขมันในส่วนต่างๆ ดังนี้

  • จุดที่เหมาะแก่การยกกระชับผิว

จุดที่เหมาะแก่การยกกระชับจะเป็นจุดที่เกิดปัญหาหย่อนคล้อยหนักๆ เช่น แก้ม, เหนียง, มุมปาก, ถุงใต้ตา , หนังตา, คิ้ว, ลำคอ, ต้นแขน, ต้นขา, หน้าท้อง, สะโพก เป็นต้น 


  • จุดที่เหมาะแก่การลดริ้วรอย

จุดที่เหมาะแก่การลดริ้วรอยจะเป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวเยอะ หรือจุดบอบบางที่ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย เช่น ร่องแก้ม, หน้าผาก, หว่างคิ้ว, หางตา, ใต้ตา, ลำคอ เป็นต้น

 

  • จุดที่เหมาะแก่การสลายไขมัน

จุดที่เหมาะแก่การสลายไขมันจะเป็นจุดที่มีการสะสมของไขมันเยอะ ทำให้ดูบวมอูมไม่ได้รูปทรงที่กระชับสวยงาม เช่น แก้ม, เหนียง, กรอบหน้า, ลำคอ, ต้นแขน, ต้นขา, หน้าท้อง เป็นต้น

ต้องทำกี่ช็อตถึงจะช่วยยกกระชับผิว

หลายคนอาจสงสัยว่าการทำ Ultraformer III ครั้งละกี่ช็อตจึงจะเห็นการยกกระชับผิวที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งโดยปกติในบริเวณใบหน้า จะนิยมทำครั้งละ 100 –  400 ช็อต โดยจำนวนช็อตมากน้อยขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำด้วยเช่นกัน

  • จำนวน 100 ถึง 150 ช็อต

เหมาะสำหรับยิงเพื่อลดริ้วรอย และยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณรอบดวงตา ยกคิ้วให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มประกายความสดใสให้ดวงตา แก้ปัญหาคิ้วตก หนังตาตก หรือยกมุมปากได้เป็นอย่างดี

  • จำนวน 150 ถึง 250 ช็อต

เหมาะสำหรับยิงเพื่อลดความหย่อนคล้อย เก็บกรอบหน้าให้กระชับเรียวได้รูป V-Shape ช่วยยกกระชับผิวบริเวณเหนียง ร่องแก้ม และลำคอได้อีกด้วย

  • จำนวน 200 ถึง 400 ช็อต

เหมาะสำหรับยิงเพื่อให้ผิวตึงกระชับและสลายไขมันบริเวณใบหน้า ที่มีพื้นที่มากอย่างบริเวณแก้ม หรือเหนียงใต้คาง ที่มักจะมีการสะสมของไขมันสูง ทำให้รูปหน้าไม่เรียวกระชับเท่าที่ควร

 

ทั้งนี้ปริมาณช็อตที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ และปัญหาทางสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

Ultraformer III ควรทำบ่อยมากแค่ไหน

โดยปกติหากเพิ่งเคยทำ Ultraformer III ในช่วงแรก สามารถทำได้เป็นประจำทุก 3-4 เดือน โดยผลลัพธ์เห็นผลชัดเจนในช่วง 2-3 เดือน และค่อยๆ ลดลงตามลำดับ เมื่อทำเป็นประจำผลลัพธ์จะสามารถอยู่ได้นานขึ้น 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังเข้ารับการบริการด้วยเช่นกัน ยิ่งดูแลดีสภาพผิวก็เสื่อมถอยช้า จึงไม่จำเป็นต้องทำ Ultraformer III บ่อยๆ

ขั้นตอนการทำ Ultraformer III

ตลอดขั้นตอนในการเข้ารับบริการอยู่ที่ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ได้รับการประเมินจากแพทย์ โดยในแต่ละขั้นตอนของการทำ Ultraformer III มีดังนี้

 

  1. ก่อนทำ Ultraformer III เข้ารับการปรึกษาแนะนำจากแพทย์ เพื่อประเมินจุดที่มีปัญหา และจำนวนช็อตที่เหมาะสมในแต่ละจุด
  2. หลังพูดคุยกับแพทย์เป็นที่เรียบร้อย จะได้รับการทายาชาเพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บ และทำให้รู้สึกสบายผิวตลอดระยะเวลาที่เข้ารับบริการ โดยใช้เวลาให้ยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง
  3. เมื่อยาชาออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ แพทย์จะนำเครื่อง Ultraformer III มายิงในจุดที่ประเมินไว้ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที – 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ได้รับการประเมินในขั้นต้น
  4. หลังทำสามารถเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ทันที และจะเห็นผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวได้อย่างชัดเจนมากที่สุดในช่วง 1-3 เดือนแรก และจะค่อยๆ ลดลงตามลำดับ โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6 – 12 เดือน เมื่อทำเป็นประจำ

ดูแลหลังทำ Ultraformer III 

ปกติหลังทำ Ultraformer III สามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นดูแลเป็นพิเศษแต่อย่างใด เพียงแต่ระวังและใส่ใจในการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอก็เพียงพอแล้ว แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานมากยิ่งขึ้นแนะนำให้ดูแลตามนี้

  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดแรงๆ 1-2 สัปดาห์หลังทำ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูและให้เกิดการสร้างคลอลาเจนได้ดีมากขึ้น
  • ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน แม้อยู่ในบ้าน และควรทาครีมกันแดดเพิ่มระหว่างวัน หากต้องออกไปเจอแดดแรงๆ ตลอดวัน โดยแนะนำให้ทาครีมกันแดดที่ SPF 30 ขึ้นไป เพื่อการปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ เป็นประจำทุกเช้า – เย็น เพื่อรักษาความชุ่มชื่น เพิ่มความแข็งแรงให้ผิว และลดการสูญเสียคลอลาเจน ช่วยให้ประสิทธิภาพของ Ultraformer III ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  • ดื่มน้ำ 1.5 – 2 ลิตรเป็นประจำทุกวัน เพื่อลดความแห้งกร้านและเพิ่มความอิ่มน้ำให้ผิวไม่แห้งเสีย
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ เพราะเป็นการขัดขวางกระบวนการสร้างคลอลาเจนใหม่ และทำลายคลอลาเจนเดิมให้ลดลง ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

 

Ultraformer III มีความปลอดภัยสูง ไร้รอยแผล ไร้รอยเข็ม หมดห่วงเรื่องผิวไหม้เบิร์น ทำให้หลังเข้ารับบริการสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น อีกทั้งยังสามารถทำร่วมกับบริการอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการยกกระชับผิว สลายไขมัน และปรับรูปหน้าเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่มีปัญหาใบหน้าไม่กระชับ ดูหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัดเจน และริ้วรอยเริ่มถามหา เข้ามาปรึกษาที่ FaceBody Clinic ก่อนได้ คุณหมอยินดีให้คำแนะนำเพื่อให้คุณคลายทุกปัญหาความกังวล และมีความมั่นใจมากขึ้น